หน้าแรกกรมข่าว | สรุปข่าวประจำวัน | สรุปข่าวภายในประเทศ

สรุปข่าวภายในประเทศ ประจำวันที่ 01/09/2008
โดย MCOT, The-Thainews (1 กันยายน 2551, 0:18:34)

 

สรุปข่าวภายในประเทศ ประจำวันที่ 01/09/2008

ส.ส.พปช.เรียกร้องนายกฯ อย่าลาออก

รัฐสภา 31 ส.ค. -ส.ส.พรรคพลังประชาชน เรียกร้องนายกรัฐมนตรีอย่าลาออก เพราะไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหา เชื่อแม้นายกฯ จะลาออก แต่กลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่ยุติการชุมนุม.

-สำนักข่าวไทย

สมัคร เมินข้อเสนอยุบสภาของผู้นำฝ่ายค้านฯ

รัฐสภา 31 ส.ค.- ผู้นำฝ่ายค้านฯ เสนอยุบสภา ด้านนายกรัฐมนตรีโต้เหตุที่ไม่ยุบสภา-ลาออก เพราะต้องการรักษาประชาธิปไตย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านฯ เสนอยุบสภารักษาระบอบประชาธิปไตย ระบุวันนี้ขอยอม ด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี โต้ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำขณะนี้คือไม่ยุบสภาหรือลาออก ก็เพื่อรักษาประชาธิปไตย ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาแล้ว โดยเดินกลับไปที่สนามหลวงอย่างสงบ ด้านกลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องให้ยุติอภิปรายร่วม 2 สภา และมีการระบุบนเวทีว่า กปน. กฟผ.จะหยุดงานพรุ่งนี้ และขู่ตัดน้ำ-ไฟ สถานีตำรวจทั่วประเทศ .

-สำนักข่าวไทย

สมัคร ยืนยันวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดรัฐบาล

รัฐสภา 31 ส.ค. - ส.ส. - ส.ว.ถกปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมือง “จุรินทร์” ระบุปัญหามาจากตัวนายกรัฐมนตรีที่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญและใช้สื่อของรัฐโจมตีฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ “สมัคร” โต้ทันควันยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดรัฐบาล ระบุ “จุรินทร์” อยู่ข้างพันธมิตรฯ

การประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เพื่ออภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ หาทางออกถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (31 ส.ค.) โดย นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม อย่างไรก็ตาม ก่อนการอภิปรายจะเริ่มขึ้น นายชัยได้สอบถามที่ประชุมว่า เห็นชอบที่จะให้มีการอภิปรายตามมาตรา 179 หรือไม่

ส.ส.ฝ่ายค้านได้ถามว่า รัฐบาลมีความตั้งใจ หรือจริงใจมากน้อยแค่ไหน ที่จะรับฟังความเห็นจากสมาชิก เพราะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พูดในรายการวิทยุ เมื่อเช้าวันนี้ ไม่สอดคล้องกัน ประธานรัฐสภาจึงได้หยิบยกหนังสือขอเปิดอภิปรายทั่วไป ของนายกรัฐมนตรีมาแสดง พร้อมกับยืนยันว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีต้องการรับฟังความเห็น จึงได้เรียกประชุมของทั้ง 2 สภาขึ้น

จากนั้น ที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการอภิปรายทั่วไป โดย นายสมัคร ได้ลุกขึ้นยืนยันต่อที่ประชุมว่า พร้อมที่จะรับฟังการอภิปรายในทุกประเด็น ประธานรัฐสภาจึงได้เปิดโอกาสให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเป็นคนแรก แต่นายอภิสิทธิ์สละสิทธิ โดยระบุว่า จะขอแสดงความคิดเห็นในช่วงท้าย ขอรับฟังความเห็นอื่นๆ ก่อน

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ ส.ว. ได้อภิปรายเป็นคนแรก วิงวอนให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาสามัคคีกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า วิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากรัฐบาลพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรีไม่ให้มีความผิด และนายกรัฐมนตรีได้พยายามใช้สื่อของรัฐโจมตีฝ่ายตรงข้ามในทางการเมือง นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีพฤติกรรมที่มุ่งทำลายล้างองค์กรอิสระ

นายจุรินทร์ เสนอแนะว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ต้องไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และถึงเวลาแล้วที่นายกรัฐมนตรีจะต้องหันมาทบทวนบทบาท พฤติกรรมอย่างจริงจัง และถามตัวเองว่าสมควรที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ และเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรียังอยู่ได้ แต่เชื่อว่ายากจะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งรถเมล์ไม่ได้ สั่งรถไฟไม่ได้ สั่งให้เปิดสนามบินไม่ได้แล้ว และมีแนวโน้มว่ารัฐวิสาหกิจอื่นจะเข้าร่วมชุมนุม ทั้งหมดมาจากเหตุการณ์บริหารราชการแผ่นดินในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา

“นายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาว่า ถ้านายกรัฐมนตรีอยู่ บ้านเมืองจะเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดเนื้อหรือไม่ และบ้านเมืองจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียประชาธิปไตยหรือไม่ ผมรู้ว่ากว่าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ต้องสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน และเพิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีมา 7 เดือน และผมเข้าใจที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า มาจากการเลือกตั้ง มาจากระบอบประชาธิปไตย แต่การเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตย ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว และจะทำให้บ้านเมืองพ้นวิกฤติ” นายจุรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายของนายจุรินทร์ มีการประท้วงจาก พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว ส.ส.พรรคพลังประชาชน ถึง 2 ครั้ง แต่นายชัยเห็นว่าไม่เสียหาย จึงได้ให้อภิปรายต่อ และเมื่อนายจุรินทร์ อภิปรายเสร็จ นายสมัคร ได้ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า ไม่คิดว่าถูกกล่าวหา เพราะการประชุมไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อกล่าวหาทั้งหมด เกิดหลังการปลุกระดม เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และคดีที่ออกหมายจับ เพิ่งเกิดเมื่อวัน 2 วันที่ผ่านมา ถ้าจะกล่าวหากัน ก็ต้องดูวันที่ก่อน และถ้าบอกว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นความผิด ทำไมจึงเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

“ผมพิจารณาตัวเองแล้ว ผมไมได้ทำอย่างที่นายจุรินทร์กล่าวหา การอภิปรายดูเหมือนว่า ฝ่ายที่ปลุกระดม ยึดทำเนียบฯ ยึดสถานีโทรทัศน์ เป็นฝ่ายที่ทำถูก แต่ฝ่ายรัฐบาลทำผิด ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช่ความรุนแรง และฝ่ายตำรวจไม่ได้เป็นฝ่ายที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชน ขอให้ย้อนดูว่าสิ่งที่นายจุรินทร์พูดมีความเท็จและจริงอย่างไร และที่นายจุรินทร์พูดอย่างนี้ ชาวบ้านชาวเมืองที่ฟัง เขาก็รู้ว่า อ้อ..อยู่ข้างพันธมิตรฯ ” นายสมัคร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องแก๊สน้ำตา ได้นำภาพถ่ายมาแสดงด้วย จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้อภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่โจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ ขณะที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ได้อภิปรายชี้แจงเหตุที่ไปให้ไปกำลังกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม.

- สำนักข่าวไทย

ท่าอากาศยานภูเก็ตคึกคัก หลังเริ่มเปิดให้บริการได้แล้ว

ภูเก็ต 31 ส.ค. - นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ เดินทางมาเช็คอินทันทีที่ทราบข่าวว่า ท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถเปิดให้บริการได้แล้ว หลังจากถูกปิดมา 2 วัน จากเหตุการณ์ชุมนุมของแนวร่วมพันธมิตรฯเที่ยวบินแรก เป็น ทีจี 213 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาลงที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา และเที่ยวแรกจากท่าอากาศยานภูเก็ต เป็น ทีจี 214 ออกเดินทางเวลา 16.00 น. และล่าสุดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้สลายตัวหมดแล้ว โดยส่วนหนึ่งระบุว่าจะขึ้นมาสมทบกับพันธมิตรในส่วนกลาง.

-สำนักข่าวไทย

ปลัดพาณิชย์มั่นใจวันพรุ่งนี้มีข่าวดี เงินเฟ้อเดือน ส.ค. ลดลงแน่นอน

กรุงเทพฯ 31 ส.ค. - ปลัดพาณิชย์ มั่นใจเงินเฟ้อเดือน ส.ค.ที่จะประกาศพรุ่งนี้ ปรับลดลงแน่นอน เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลง ผลจาก 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติฯ และการขอความร่วมมือผู้ผลิตไม่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้า

นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) ปรับลดลงแน่นอน หลังจากที่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เงินเฟ้อปรับขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 9.2 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยสาเหตุที่เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมปรับลดลง เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ปรับลดลง จากระดับ 147 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับลดลงตามไปด้วย ประกอบกับผลจาก 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน รวมทั้งการที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือผู้ผลิตไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า จึงช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังต้องติดตามอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป โดยอาจจะต้องมีการทบทวนเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ใหม่ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ร้อยละ 5-5.5 หรือไม่ โดยจะขอรอดูตัวเลขราคาน้ำมัน ค่าเงินบาทก่อน ว่าจะเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด จากที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งสมมุติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นายศิริพล กล่าวว่า จากการที่กรมการค้าภายในได้จัดทำแนวทางเลือก (scenario) สำหรับราคาสินค้าไว้ 3 แนวทาง โดยพิจารณาจากระดับราคาน้ำมันดีเซลและ อัตราเงินเฟ้อ พบว่าสถานการณ์เงินเฟ้อขณะนี้มีความรุนแรงอยู่ในระดับที่ 2 ต่อ 3 โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ระดับ 34 - 37 บาทต่อลิตร และ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงถึงร้อยละ 7 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้มงวดดูแลเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้า

ทั้งนี้ แนวทางเลือกสำหรับราคาสินค้า 3 แนวทาง ที่กรมการค้าภายในจัดทำ คือ แนวทางที่ 1. ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยปี 2551 อยู่ระหว่าง 33-34 บาท/ลิตร เงินเฟ้อ อยู่ที่ร้อยละ 6-6.5 การดูแลราคาสินค้า ต้องกำหนดราคาจำหน่าย, ควบคุมการจำหน่าย, แจ้งต้นทุน/ราคาจำหน่าย, ชะลอ การปรับราคา/ตรึงราคาสินค้า โดยให้ห้างจำหน่ายสินค้าในสตอกราคาเดิม-ห้างต้องแจ้งข้อมูลการเปลี่ยน แปลงราคาสินค้าของซัพพลายเออร์ และการลดค่าครองชีพผ่านทางร้านอาหารธงฟ้า

แนวทางที่ 2 . คือราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยปี 2551 อยู่ระหว่าง 34-35 บาท/ลิตร เงินเฟ้อร้อยละ 6.5-7 การดูแลสินค้าต้นทางให้เพิ่มเติมการบังคับอย่างเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด และเสนอมาตรการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนในการผลิตสินค้า และแนวทางที่ 3. ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยปี 2551 อยู่ระหว่าง 36-37 บาท/ลิตร เงินเฟ้อ มากกว่าร้อยละ 7 การดูแลสินค้ากรณีเกิดปัญหาราคาและปริมาณ ให้นำมาตรา 29-30 มาใช้.

-สำนักข่าวไทย
สรุปข่าวภายในประเทศ ประจำวัน : http://www.intell.rtaf.mi.th/page.asp?gid=2&cid=14



Copyright © 2007 Directorate of Intelligence, RTAF HQ. All rights Reserved
จัดทำโดย กรมข่าวทหารอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ 10210
eXTReMe Tracker