หน้าแรกกรมข่าว | ข่าวทั่วไป | ข่าวภายในประเทศ

รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงาน
โดย สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (25 ตุลาคม 2562, 9:58:43)

 

 รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงาน สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงินลงทุนกว่า 224,544 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ในนามบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กับ รฟท. ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ถือเป็นโครงการแรกในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่เริ่มดำเนินการเป็นรูปธรรม ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงสุดที่รัฐบาลเคยเซ็นสัญญามา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เป็นสถานประกอบการอุตสาหกรรม เกิดการจ้างงานและมีการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศ เศรษฐกิจมีการขยับตัว 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2566 เมื่อเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 

ล้านบาท

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมด้วยนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นับเป็นวันแรกของการเซ็นสัญญา 50 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังโดยเฉพาะการการส่งมอบพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้แก่เอกชนเข้ามาดำเนินงาน จะดำเนินการในระยะกรอบเวลาสูงสุดไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน โดยพื้นที่ที่จะมีการส่งมอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ที่เป็นโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์สามารถดำเนินการส่งมอบได้ทันที ส่วนที่เหลือจะส่งมอบพื้นที่ตั้งแต่สุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร ซึ่งในส่วนนี้ รฟท.วางกรอบเวลาที่จะส่งมอบพื้นที่ให้ได้ภายใน 2 ปี รวมทั้งมีแผนที่จะเร่งรัดให้การส่งมอบพื้นที่เร็วขึ้นภายในเวลา 1 ปี 3 เดือน และส่วนสุดท้ายระหว่างพญาไท-ดอนเมือง มีความจำเป็นต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่อยู่ในแนวเส้นทางจำนวนมาก รฟท.จะเดินหน้าเร่งรัดให้การรื้อย้ายสาธารณูปโภคเสร็จและส่งมอบพื้นที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน จะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ครบทั้งหมดของโครงการ 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มงานก่อสร้างให้เร็วที่สุด เบื้องต้นไม่ควรใช้ระยะเวลาเกิน 12 เดือน นับจากการลงนาม พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเสร็จภายใน 5 ปี

 


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

 http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG191024202524801



Copyright © 2010 Directorate of Intelligence, RTAF HQ. All rights Reserved
จัดทำโดย กรมข่าวทหารอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ 10210
ติดต่อผู้ดูแลระบบ: นทสส.ขว.ทอ. โทร.0-2534-1264
eXTReMe Tracker